วันพุธที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2553

เป้าหมายที่โรงเรียนพระปริยัติธรรมควรพิจารณาดำเนินการ

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 15 พฤษภาคมที่ผ่านมา โรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษาวัดโพธิ์ศรี ได้จัดกิจกรรมปฐมนิเทศนักเรียนใหม่ เพื่อทำความรู้จักกันระหว่างคุณครูและนักเรียนซึ่งปีนี้มีครูพระมาเพิ่ม 3 รูป และ ครูฆราวาส อีก 1 ท่าน สำหรับนักเรียนใหม่ รู้สึกชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จะมาสมัครเยอะ กว่านักเรียนชั้น ม.4 ต้องยอมรับว่าการเพิ่มจำนวนสามเณรที่เข้ามาเรียนในโรงเรียนเป็นภารกิจที่ ต้องหาวิธีการเป็นอย่างมากท่ามกลางกระแสการแข่งขันทางการศึกษา และโอกาสการเข้าถึงการศึกษาที่เปิดกว้างให้เยาวชนไทยได้เลือกเข้าศึกษาตาม สถานศึกษาต่างๆได้ตามความต้องการ ในภาวะการแข่งขันเช่นนี้
โรงเรียนพระปริยัติธรรมก็จะปฏิเสธได้ บางโรงเรียนก็มีการปรับตัวใช้กลยุทธ์ต่างๆที่จะมีโอกาสในการสร้างความสนใจใน การตัดสินให้บุตรได้เข้ามาเรียนในโรงเรียนพระปริยัติธรรม สถานการณ์ปัจจุบันเท่าที่ได้พูดจากับครูและผู้บริหารโรงเรียนพระปริยัติธรรม ทำให้ทราบว่าภารกิจในการเพิ่มจำนวนนักเรียนเป็นภารอันยิ่งใหญ่ที่คุณครู และผู้บริหารต้องคบคิดกันอย่างหนัก ถึงแม้บ้างโรงเรียนที่มีความพร้อมหรือมีจำนวนนักเรียนที่ยังพอมีมาสมัคร เรียนอยู่อย่างสม่ำเสมอประจำทุกปีก็ยังอดกังวลไม่ได้ในการเพิ่มจำนวนนัก เรียน

บางโรงเรียนสถิติของผู้เข้ามาบวชเรียนใน ปัจจุบันเริ่มมีจำนวนลดลง ในขณะที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติได้พลักดันให้งบประมาณสนับสนุนรายหัว ได้เท่ากับนักเรียนในสังกัด สพฐ. ซึ่งอาจถือได้ว่าเป็นปัจจัยพลักดันประการหนึ่งในการพยายามเพิ่มจำนวนสามเณร นักเรียนในโรงเรียนพระปริยัติธรรมของผู้บริหารในโรงเรียน นอกเหนือจากความยากลำบากในการเพิ่มจำนวนผู้เรียนแล้ว ยังมีความยากลำบากประการหนึ่งในการรักษาจำนวนของนักเรียนถึงแม้ได้เข้ามาบวช เีรียนแล้วยังพบว่ามีการลาสิกขาออกไปศึกษาต่อในโรงเรียนในสังกัดอื่นๆ ซึ่งสาเหตุอาจเกิดจากการปรับตัวในการใช้ชีวิตกับร่วมกับผู้อื่นที่มีพื้นฐาน นิสัยใจคอที่แตกต่างกัน และการปรับตัวของผู้เรียน ซึ่งไม่คุ้นเคยกับการปฏิบัติตนตามกรอบระเบียบวินัยซึ่งทางวัดและโรงเรียน ต้องพยายามให้นักเรียนรักษาอย่างเคร่งครัดเพื่อรักษาศรัทธาของผู้พบเห็น ซึ่งอาจทำให้นักเรียนบางรูปซึ่งไม่คุ้นเคยกับการใช้ชีวิตตามกรอบระเบียบ วินัย รู้สึกอัดอัด จำเป็นก็จำต้องลาสิกขาไป ซึ่งก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้จำนวนนักเรียนลดน้อยลง จึงเห็นได้ว่านอกจำความยากลำบากในการเพิ่มจำนวนนักเรียนแล้วยังต้องพยายาม อย่างยิ่งในการรักษาสามเณรไม่ให้ลาออกในระหว่างการศึกษาในแต่ละช่วงชั้น ถึงแม้ปัญหาดังกล่าวจะเป็นภาระอันหนักที่ผู้บริหารโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษาจะต้องประสบ แต่จะไม่ยอมหาวิธีการที่จะแก้ปัญหาซึ่งต้องประสบอยู่เป็นประจำทุกปี จะยิ่งเหมือนคนที่เจ็บป่วยแล้วไม่หาทางรักษา นอกจากจะไม่หายแล้วยังต้องมีอาการทรุดหนักมากไปกว่าเดิม เช่นเดียวกัน โรงเรียนพระปริยัติธรรมควรตระหนักและหาทางแก้ไขเยียวยาปัญหานี้อย่างเร่ง ด่วน ควรบรรจุไว้เป็นภาระกิจหลักของโรงเรียน ผู้บริหารเองต้องเข้มแข็งและต้องวิเคราะห์หาวิธีการที่จะแก้ไขปัญหานี้ ผู้เขียนเองได้เคยทำงานในโรงเรียนพระปริยัติธรรมมา พอจะทราบถึงบริบทและปัญหาของโรงเรียนพระปริยัติธรรมอยู่บ้าง เมื่อได้พูดถึงปัญหาการเิพิ่มจำนวนนักเรียนแน่นอนว่าผู้บริหารหรือครู โรงเรียนพระปริยัติธรรม ทุกคนต้องระบุว่าปัญหานี้เป็นปัญหาใหญ่ที่จะปฏิเสธการแก้ไขไม่ได้เลย ในทัศนะส่วนตัวคิดว่า โรงเีรียนพระปริยัติธรรมควรมีเป้าหมาย หรือ มีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนในการบริหารงานโรงเรียน แต่วิสัยทัศน์มิใช่สักว่าคิดขึ้นมาโดยไม่วิเคราะห์ถึงศักยภาพความสามารถของ โรงเรียน เป้าหมายควรชัดเจน โดดเด่น ท้าทาย และทีมงานมีความสามารถที่จะก้าวไปถึงเป้าหมายนั้นได้ ผู้เขียนเห็นว่าโรงเรียนพระปริยัติธรรมควรหันมามองเป้าหมายหนึ่งซึ่งแทบทุก โรงเรียนมักจะระบุไว้ในวิสัยทัศน์ของโรงเรียน นั่นก็คือ ความมีคุณธรรมของผู้เรียน ตรงนี้คือสิ่งที่ท้าทายเป็นอย่างยิ่ง ในท่ามกลางกระแสสังคมที่โหยหาผู้ที่มีคุณธรรม โรงเรียนพระปริยัติธรรมควรนำอุปสงค์ตรงนี้นำมาเป็นประเด็นหลักที่จะพัฒนาผู้ เรียน เราจะทำอย่างไรให้นักเรียนของเราเป็นที่ยอมรับในสายตาคนอื่นในด้านการพัฒนา คุณธรรมของผู้เรียน การพยายามวิ่งตามกระแสของโรงเรียนในสังกัดอื่นๆซึ่งมีความพร้อมทั้งบุคลากร และทรัพยากรสนับสนุนที่มีความพร้อมมากกว่า ก็เหมือนกับการเดินทางด้วยเท้ากับการเดินทางด้วยรถยนต์ โรงเรียนที่มีความพร้อมทั้งงบประมาณและทรัพยากรสนับสนุนก็เหมือนการเดินทาง ด้วยรถยนต์ย่อมบรรลุเป้าหมายได้เร็วกว่า โรงเรียนพระปริยัติธรรมถ้าสามารถหางบประมาณ และทรัพยากรสนับสนุนได้อย่างเพียงพอที่จะบรรลุเป้าหมายอย่างโรงเรียนใน สังกัดอื่นๆก็สามารถทำได้ แต่ในภาพรวมแล้วมีบางโรงเรียนเท่านั้นที่สามารถทำได้เช่นนั้น ส่วนใหญ่ของโรงเรียนพระปริยัติธรรมยังประสบปัญหาด้านงบประมาณและทรัพยากร สนับสนุนไม่เพียงพอ เป้าหมายด้านสร้างคุณธรรมในตัวนักเรียนไม่จำเป็นต้องหางบประมาณหรือทรัพยากร จำนวนมากมาย เพียงแค่ผู้บริหารและบุคลากรมีคุณธรรม พร้อมที่จะนำคุณธรรมนั้นถ่ายทอดให้กับผู้เรียนให้เป็นผู้มีคุณธรรมเช่นกัน ครูมีความรู้ดีนักเรียนก็ย่อมมีความรู้ ครูมีคุณธรรมนักเรียนก็ย่อมมีคุณธรรมเช่นกัน จึงต้องถามไปว่าครูพร้อมหรือยังที่จะสร้างผู้เรียนให้เป็นผู้มีคุณธรรม ซึ่งคุณธรรมไม่จำเป็นต้องใช้งบประมาณมากมายมาซื้อหา เพียงแค่พยายามฝึกฝนอบรมจิตใจของตนให้มีคุณธรรมประจำใจ ความยากลำบากต่อการหางบประมาณและทรัพยากรสนับสนุนทางการศึกษา กับความยากลำบากในการพัฒนาคุณธรรมในใจตนและถ่ายทอดไปยังผู้เรียน ทั้งสองอย่างมีความยากลำบากในตัว ต้องถามว่าคุณครูและผู้บริหารโรงเรียนพระปริยัติธรรมต้องการเผชิญกับความยาก ลำบากตรงไหน?

จาก.....ครูปรัยัติตัวน้อย

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น